มาทำความรู้จักกับ สหพันธ์ฟุตบอลระหว่างประเทศกัน ว่าสำคัญอย่างไร

สหพันธ์ฟุตบอลระหว่างประเทศ

กีฬาฟุตบอลมีจุดเริ่มต้นขึ้นมาในประเทศอังกฤษ เริ่มจากกลุ่มคนที่เตะกระเพาะหมู และไม่น่าเชื่อว่ากีฬาแบบนี้จะกลายเป็นกีฬาที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในโลก เรียกได้ว่าทุกประเทศในโลกใบนี้ต่างมีทีมฟุตบอลเป็นของตัวเอง เด็กๆ เยาวชนทั้งหลายที่เติบโตขึ้นมา ต่างพากันสนใจในกีฬาฟุตบอล บางคนก็หลงใหลในการเล่นฟุตบอล บางคนก็หลงใหลในการดูฟุตบอล เนื่องด้วยกระแสฟุตบอลได้รับความนิยมอย่างมาก จึงทำให้เกิดแนวคิดในการจัดตั้งสหพันธ์ฟุตบอลระหว่างประเทศ (FIFA) ขึ้นครั้งแรกที่ประเทศฝรั่งเศส

และในภายหลังฌูล รีแม หรือ ชูลส์ ริเมต์ ผู้บริหารสหพันธ์ฟุตบอลระหว่างประเทศ ที่ดำรงตำแหน่งประธานผู้บริหารสหพันธ์ฟุตบอลระหว่างประเทศ (FIFA) นานสูงสุดถึง 33 ปี มีแนวคิดต้องการจัดการแข่งขันฟุตบอลระดับนานาชาติ ที่ให้นักฟุตบอลมืออาชีพมาแข่งขันกัน โดยในสมัยนั้นการแข่งขันฟุตบอลระดับนานาชาติ รายการที่ยิ่งใหญ่ที่สุดจะเป็นการแข่งขันฟุตบอลกีฬาโอลิมปิก ที่เปิดโอกาสให้นักฟุตบอลสมัครเล่น มาแข่งขันกันเพียงเท่านั้น

ด้วยแนวคิดนี้เองจึงทำให้เกิดการแข่งขัน กีฬาฟุตบอลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกที่ทุกคนบนโลกรู้จักในนามของ ฟีฟ่าเวิลด์คัพ ซึ่งถือเป็นผลงานชิ้นเอกของสหพันธ์ฟุตบอลระหว่างประเทศ (FIFA) เลยก็ว่าได้ ในภายหลังก็ได้ให้เกียรติผู้ริเริ่มฟีฟ่าเวิลด์คัพ ด้วยการตั้งชื่อถ้วยฟุตบอลโลก ตามชื่อของผู้บริหารสหพันธ์ฟุตบอลระหว่างประเทศในเวลานั้น

ว่าถ้วยรางวัลชูลส์ ริเมต์ ต่อมาถ้วยรางวัลดังกล่าวก็ถูกขโมยหายไป แล้วก็ถูกนำกลับมา แต่มันยังไม่จบเพียงเท่านั้น หลังจากนั้นก็ถูกขโมยไปอีกครั้ง แล้วทุกวันนี้ยังไม่ทราบว่าถ้วยรางวัลชูลส์ ริเมต์ อยู่แห่งหนตำบลใด ซึ่งมันจะนำพาไปสู่เนื้อหาเรื่องราว Dark Side ของสหพันธ์ฟุตบอลระหว่างประเทศ (FIFA) ที่กำลังจะเล่าต่อจากนี้

สารบัญ

1. ความยิ่งใหญ่ของสหพันธ์ฟุตบอลระหว่างประเทศ (FIFA)

2. สหพันธ์ฟุตบอลระหว่างประเทศ (FIFA) ก้าวสู่ยุคธุรกิจเต็มตัว

3. เรื่องราวทุจริตของสหพันธ์ฟุตบอลระหว่างประเทศ(FIFA)

4. สินบนที่คณะกรรมการสหพันธ์ฟุตบอลระหว่างประเทศ(FIFA) ได้รับ

5. บทสรุปสุดท้ายสหพันธ์ฟุตบอลระหว่างประเทศ (FIFA)

ความยิ่งใหญ่ของสหพันธ์ฟุตบอลระหว่างประเทศ (FIFA)

ต้องบอกก่อนเลยว่า สหพันธ์ฟุตบอลระหว่างประเทศ หรือ FIFA ในช่วงแรกที่ก่อตั้งขึ้น ไม่ได้รับความสนใจ และไม่มีใครใส่ใจที่จะเข้าร่วมมากนัก สหพันธ์ฟุตบอลระหว่างประเทศ (FIFA) องค์กรดาร์ดๆ ทั่วไปที่จัดตั้งขึ้นเพราะว่าสมัยก่อน ใครๆ ก็เล่นฟุตบอล มันเหมือนกับ กิจกรรมนันทนาการของคนทั่วไป ไม่ได้มีใครคิดจริงจังว่าจะต้องเป็นการแข่งขันที่มีนักกีฬาอาชีพ สร้างรายได้ให้กับวงการฟุตบอล ไม่จำเป็นที่จะต้องมีสหพันธ์ใดๆ เข้ามาควบคุม เล่นสนุกๆ ไปก็เพียงพอ

แต่เมื่อถึงยุคของโฌเอา อาเวลังฌี ผู้บริหารฟีฟ่าชาวบราซิล ณ เวลานั้นเข้ามายกเครื่องให้กับฟีฟ่า เปลี่ยนแปลงจากกีฬาสนุกๆ ให้กลายเป็นกีฬาที่มีความเป็นมืออาชีพมากยิ่งขึ้น จัดเป็นผู้นำแห่งโลกฟุตบอลยุคใหม่เปลี่ยนวงการฟุตบอลทั่วไป ที่เล่นกันแบบไม่ได้จริงจังมากนักให้ขยับเข้าใกล้ความเป็นมืออาชีพมาก และหนึ่งในสิ่งสำคัญที่เขาทำคือได้ผู้ช่วยอย่างเซปป์ แบลตเตอร์เข้ามาช่วยบริหารปรับเปลี่ยนรูปแบบสหพันธ์ฟุตบอลระหว่างประเทศ (FIFA) ให้กลายเป็นองค์กรธุรกิจมากยิ่งขึ้น

ซึ่งส่งผลประโยชน์ให้กับสหพันธ์ฟุตบอลระหว่างประเทศ (FIFA) อย่างมากโฌเอา อาเวลังฌี ดำรงตำแหน่งประธานผู้บริหารสหพันธ์ฟุตบอลระหว่างประเทศ (FIFA) ยาวนานถึง 24 ปี ก่อนที่จะเกิดปัญหาภายใน เนื่องจากสหพันธ์ฟุตบอลระหว่างประเทศ (FIFA) เริ่มมีการปรับเปลี่ยนตัวเองให้เป็นองค์กรธุรกิจมากยิ่งขึ้น เกิดผลประโยชน์มากมาย

ทุกคนล้วนแล้วแต่จะแย่งชิงกัน เพื่อได้ครอบครองอำนาจการบริหารสหพันธ์ฟุตบอลระหว่างประเทศ (FIFA) ในเวลานั้น มีกระแสข่าวรายงานว่าโฌเอา อาเวลังฌีถูกเซปป์ แบลตเตอร์หักหลัง ก่อนที่เซปป์ แบลตเตอร์ จะขึ้นมาดำรงตำแหน่งประธานบริหารสหพันธ์ฟุตบอลระหว่างประเทศ (FIFA) เป็นคนถัดไป

สหพันธ์ฟุตบอลระหว่างประเทศ (FIFA) ก้าวสู่ยุคธุรกิจเต็มตัว

ด้วยแนวคิดหลายๆ อย่างที่ เซปป์ แบลตเตอร์ต้องการปรับเปลี่ยนสหพันธ์ฟุตบอลระหว่างประเทศ (FIFA) ให้กลายเป็นองค์กรที่สามารถแสวงหากำไรได้ และผลักดันสหพันธ์ฟุตบอลระหว่างประเทศ (FIFA) เข้าสู่วงการธุรกิจอย่างเต็มตัว และนี่คือก้าวสำคัญที่ทำให้สหพันธ์ฟุตบอลระหว่างประเทศ (FIFA) ได้เริ่มต้นยุคมหาอำนาจลูกหนังสหพันธ์ฟุตบอลระหว่างประเทศ (FIFA) ได้จับมือร่วมพาร์ทเนอร์กับ โคคาโคล่า หรือที่รู้จักกันในนามของโค้ก

ซึ่งถือเป็นบริษัทใหญ่มากในเวลานั้น จึงทำให้ไม่แปลกใจเลย ที่ในการแข่งขันฟุตบอลโลก หรือฟีฟ่าเวิลด์คัพ ในแต่ละครั้งจะเห็นผู้สนับสนุนอย่างโคคาโคล่ามาโดยตลอด เมื่อบริษัทใหญ่อย่างโคคาโคล่ากล้าลงทุน ทำให้บริษัทอื่นๆ เห็นถึงช่องทางในการโปรโมทผลิตภัณฑ์ หรือสินค้าของตัวเอง จึงต่างพากันมาเป็นพาร์ทเนอร์ร่วมมือกับสหพันธ์ฟุตบอลระหว่างประเทศ (FIFA) เป็นจำนวนมาก

เซปป์ แบลตเตอร์ดำรงตำแหน่งประธานสหพันธ์ฟุตบอลระหว่างประเทศ (FIFA) มาอย่างยาวนาน ซึ่งผ่านเรื่องราวมากมายทั้งดี และร้าย แต่สิ่งหนึ่งที่ปฏิเสธไม่ได้เลยคือ เมื่ออำนาจอยู่ในมือ ผลประโยชน์ก็ตามมา ใครๆ ก็ต้องการรักษาอำนาจในมือเอาไว้ มีการกล่าวหาเซปป์ แบลตเตอร์ว่า พยายามขัดขวางผู้ชิงตำแหน่งประธานผู้บริหารสหพันธ์ฟุตบอลระหว่างประเทศ (FIFA) ทุกคนที่ลงแข่งขันด้วย เซปป์ แบลตเตอร์พยายามโจมตี และกีดกันไม่ให้ผู้ท้าชิงในแต่ละคนได้มีโอกาสขึ้นมาแข่งขันด้วยความเท่าเทียม

ตัดสิทธิ์ผู้ลงสมัครบ้าง ปิดโอกาสในการแสดงความคิดเห็นของผู้ท้าชิงต่อสาธารณชน ซึ่งด้วยวิธีการดังกล่าว ทำให้เซปป์ แบลตเตอร์คงตำแหน่งประธานสหพันธ์ฟุตบอลระหว่างประเทศ (FIFA) ได้ยาวนานถึง 17 ปี ก่อนที่จะถูกตรวจสอบ และถูกศาลสั่งให้ยุติการดำรงตำแหน่งประธานสหพันธ์ฟุตบอลระหว่างประเทศ (FIFA) ในเวลานั้น สั่งห้ามยุ่งเกี่ยวกับสหพันธ์ฟุตบอลระหว่างประเทศ (FIFA) นานถึง 6 ปี

เรื่องราวทุจริตของสหพันธ์ฟุตบอลระหว่างประเทศ(FIFA)

ในช่วงเวลาที่เซปป์ แบลตเตอร์ ดำรงตำแหน่งประธานผู้บริหารสหพันธ์ฟุตบอลระหว่างประเทศ (FIFA) เกิดเรื่องราวทุจริตคอร์รัปชันมากมาย แต่สิ่งหนึ่งที่ทำให้เกิดประเด็น และตีแผ่ออกสู่สังคมภายนอก คือการเลือกประเทศผู้จัดการแข่งขันฟุตบอลโลกปี 2022 ในการเลือกประเทศผู้จัดการแข่งขันฟุตบอลโลกปี 2022 ครั้งนั้น ตัวเต็งอย่างอเมริกามีความพร้อมอย่างมากที่จะจัดการแข่งขันฟุตบอลโลก ทุกคนต่างเชื่อกันว่าอเมริกาจะได้เป็นผู้จัดการแข่งขันฟุตบอลโลกปี 2022

แต่สิ่งที่ไม่น่าเกิดขึ้นก็เกิดขึ้นม้ามืดอย่างกาตาร์ที่ทุกคนเชื่อว่าไม่มีศักยภาพพอในการจัดการแข่งขันฟุตบอลโลกปี 2022 ได้ผ่านการคัดเลือกเข้ามาถึงรอบชิงดำตัวตัวกับประเทศอเมริกาไม่ว่าจะเป็นปัญหาสภาพอากาศเอง กาตาร์จัดเป็นประเทศที่มีความร้อนสะสมสูง บวกกับความพร้อมทั้งด้านสนามแข่ง ไม่มีใครเชื่อได้เลยว่ากาตาร์จะได้รับการคัดเลือกเป็นผู้จัดการแข่งขันฟุตบอลโลกในปี 2022

จากประเด็นดังกล่าวนำมาสู่การตรวจสอบของเอฟบีไอ เนื่องจากในเวลานั้นเงินในธนาคารของประเทศอเมริกา มีความเกี่ยวข้องกับเงินที่ติดสินบนของคณะกรรมการบริหารสหพันธ์ฟุตบอลระหว่างประเทศ (FIFA) เวลานั้น จึงนำไปสู่การสอบสวนอย่างจริงจัง และสืบหาข้อเท็จจริง หลายคนอาจมองว่านี่คือการแก้แค้นของอเมริกา เพราะว่าตัวเองไม่ได้เป็นผู้จัดฟุตบอลโลกในปี 2022 จึงโกรธ และหาทางเอาคืนสหพันธ์ฟุตบอลระหว่างประเทศ (FIFA) หากมองอย่างนั้นก็มีความเป็นไปได้

แต่จากข้อมูลที่ได้เปิดเผยต่อสาธารณชนพบว่า การตรวจสอบครั้งนี้ของเอฟบีไอได้เริ่มตรวจสอบก่อนที่จะมีการลงมติเลือกประเทศผู้จัดการแข่งขันฟุตบอลโลกปี 2022 ก่อนหน้าถึง 3 ปีหนึ่งในคณะกรรมการบริหารสหพันธ์ฟุตบอลระหว่างประเทศ (FIFA) ชาวอเมริกันเป็นคนส่งข้อมูล และเริ่มดำเนินการในการตรวจสอบ เพราะมองเห็นความไม่โปร่งใสภายใต้การบริหารงานของเซปป์ แบลตเตอร์ ซึ่งหากย้อนกลับไปในการจัดการแข่งขันฟุตบอลโลกที่แอฟริกาใต้

หลายๆ คนที่ติดตามสหพันธ์ฟุตบอลระหว่างประเทศ (FIFA) จะทราบดีว่ามันมีเรื่องทุจริตเกิดขึ้นก่อนหน้าเหมือน มีการล็อกเป้าหมายให้แอฟริกาใต้เป็นผู้จัดการแข่งขันฟุตบอลโลก เนื่องจากคณะผู้บริหารสหพันธ์ฟุตบอลระหว่างประเทศ (FIFA) ได้รับเงินสินบนมา แต่ประเด็นดังกล่าวก็ถูกยกไปโดยสหพันธ์ฟุตบอลระหว่างประเทศ (FIFA) ให้เหตุผลว่าต้องการให้โอกาสทวีปแอฟริกาในการจัดฟุตบอลโลก จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่แอฟริกาใต้ จะได้เป็นผู้จัดการแข่งขันฟุตบอลโลกในเวลานั้น ซึ่งไม่มีใครเห็นแย้ง

สินบนที่คณะกรรมการสหพันธ์ฟุตบอลระหว่างประเทศ(FIFA) ได้รับ

แม้ว่าการจัดฟุตบอลโลกที่แอฟริกาใต้สหพันธ์ฟุตบอลระหว่างประเทศ (FIFA) จะรอดตัวจากข้อกล่าวหาไปได้ แต่ในท้ายที่สุดแล้ว ข้อกล่าวหา และเรื่องอื้อฉาวทั้งหลายก็ได้ถูกเปิดโปงขึ้นเมื่อมีหลักฐานชี้ชัดให้เห็นว่า คณะกรรมการสหพันธ์ฟุตบอลระหว่างประเทศ (FIFA) รวมไปถึงประธานบริหารสหพันธ์ฟุตบอลระหว่างประเทศ (FIFA) ในเวลานั้นอย่างเซปป์ แบลตเตอร์ได้รับสินบนจริงๆ

หนึ่งในคณะกรรมการบริหารสหพันธ์ฟุตบอลระหว่างประเทศ (FIFA) ที่เป็นตัวแทนมาจากประเทศไทย หรืออดีตนายกสมาคมฟุตบอลที่หลายๆ คนรู้จักดี แต่ไม่ขอเอ่ยนามข่าวบอกว่ามีการได้รับสินบนจากประเทศกาตาร์จริง การติดสินบนครั้งนี้ไม่ใช่แค่เป็นเรื่องเงิน แต่รวมไปถึงเรื่องการติดสินบนน้ำมัน ซึ่งปัญหาดังกล่าวไม่ได้เกิดขึ้นเพียงแต่ส่วนบุคคลเท่านั้น แต่มันยังเป็นการคอร์รัปชั่นระดับประเทศ

ส่งผลให้คณะกรรมการบริหารสหพันธ์ฟุตบอลระหว่างประเทศ (FIFA) ที่มีส่วนพัวพันกับการคอร์รัปชั่น และการติดสินบนในครั้งนี้ ถูกสั่งห้ามยุ่งเกี่ยวกับสหพันธ์ฟุตบอลระหว่างประเทศ (FIFA) ตามประธานบริหารสหพันธ์ฟุตบอลระหว่างประเทศ (FIFA) ในเวลานั้นอย่างเซปป์ แบลตเตอร์ ไปด้วย

อย่างไรก็ตาม ทางกาตาร์ออกมาชี้แจงว่า เรื่องดังกล่าวไม่มีมูล และไม่เป็นความจริงแม้แต่น้อย แต่หลักฐานที่แสดงอยู่ต่อสาธารณชน ทำให้กาตาร์ไม่สามารถดิ้นหลุดพ้นจากข้อกล่าวหานี้ได้อย่างไรก็ดี การจัดการแข่งขันฟุตบอลโลก หรือฟีฟ่าเวิลด์คัพปี 2022 ยังคงจัดที่กาตาร์ต่อไป แม้จะมีเรื่องราวมัวหมอง ย่ำแย่มากมายแต่ทุกอย่างมันเกิดขึ้นไปแล้ว

บทสรุปสุดท้ายสหพันธ์ฟุตบอลระหว่างประเทศ (FIFA)

หลังจากที่ประธานบริหารสหพันธ์ฟุตบอลระหว่างประเทศ (FIFA) ในเวลานั้นอย่างเซปป์ แบลตเตอร์ถูกเด้งออกจากตำแหน่งไป มีการแต่งตั้งเจ้าหน้าที่มารักษาการชั่วคราวแทน ก่อนที่จะมีการแต่งตั้งอย่างจริงจังให้จันนี อินฟันติโนเป็นผู้บริหารฟุตบอลชาวสวิส-อิตาลีขึ้นมาดำรงตำแหน่งประธานสหพันธ์ฟุตบอลระหว่างประเทศ (FIFA) แทน

สำหรับในมุมมองส่วนตัว มันก็เป็นเพียงแค่การเปลี่ยนขั้วอำนาจ เปลี่ยนมือผู้ถือผลประโยชน์เท่านั้นเองเรื่องราวสกปรกๆ ที่ถูกแฝงซ่อนอยู่เบื้องหลังหน้าฉากอันยุติธรรม เป็นกลางใสสะอาดจะถูกเปิดออกมาอีกเมื่อไหร่ก็ยังไม่มีใครรู้

แต่สิ่งที่แน่ๆ ที่ต้องทำตอนนี้ก็คือการจัดฟุตบอลโลก ฟีฟ่าเวิลด์คัพ 2022 ที่กาตาร์ให้ผ่านลุล่วงไปได้ด้วยดี ลีกฟุตบอลอาชีพมากมายทั่วโลกต่างพากันเปิดทางให้กับฟีฟ่าเวิลด์คัพ 2022 ที่กาตาร์ด้วยการหยุดการแข่งขันกลางฤดูกาลชั่วคราว มันเป็นสิ่งที่ไม่เคยทำกันมาก่อน เป็นอะไรที่ไม่เคยเกิดขึ้น ถือว่าเป็นเรื่องอะไรที่แปลกใหม่มากปัญหาที่พบเจอก็คือนักฟุตบอลหลายคนได้รับอาการบาดเจ็บระหว่างการแข่งขันฟุตบอลลีก

จนทำให้ไม่สามารถเข้าร่วมการแข่งขันฟุตบอลโลกฟีฟ่าเวิลด์คัพ 2022 ที่กาตาร์ได้ และยังมีข่าวหลุดออกมาอีกว่ากาตาร์มีการจ้างแฟนบอลจากเนเธอร์แลนด์ให้มาชมการแข่งขันฟรีๆ แลกกับการรีวิวให้คะแนนในเชิงบวก ซึ่งในประเด็นดังกล่าวทางกาตาร์ได้ออกมายอมรับ และหวังว่าในอนาคตสหพันธ์ฟุตบอลระหว่างประเทศ (FIFA) คงมีมาตรการรับมือกับเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นตามมาอีกอย่างแน่นอน