ประวัติทีมแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ล่าสุด Manchester City เรือใบสีฟ้า สโมสรฟุตบอลชื่อดัง

ประวัติทีมแมนเชสเตอร์ ซิตี้

สโมสรแมนเชสเตอร์ ซิตี้ เป็นทีมหนึ่งที่ถูกพูดถึงในวงการฟุตบอลอังกฤษเสมอมา และยังเป็นทีมคู่ปรับร่วมเมืองของแมนยู อีกด้วย ส่วนเรื่องความเก่งกาจนั้น ไม่ต้องพูดอะไรเยอะ ทีม Manchester City คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกมาแล้วถึง 7 สมัย รวมถึงแชมป์ในฤดูกาลล่าสุดนี้ด้วย ฟอร์มการเล่นในซีซั่นนี้ จัดว่าดีมากๆ ทำคะแนนทิ้งห่างเพื่อนฝูงอยู่หลายแต้ม ไม่ว่าจะเป็น แมนยู เลสเตอร์ และเชลซี ได้แชมป์มาครองทั้งที่ยังเหลือการแข่งอีก 1 นัดแบบไม่ต้องลุ้นให้เหนื่อยแล้ว มาดู  ประวัติทีมแมนเชสเตอร์ ซิตี้ กันต่อเลย

แทงบอลแมนเชสเตอร์ ซิตี้ แทงบอลออนไลน์ กับเราที่ FIFA55

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ แชมป์พรีเมียร์ลีก 2021

ประวัติทีมแมนเชสเตอร์ ซิตี้

ประวัติทีมแมนเชสเตอร์ ซิตี้

  • ชื่อเต็ม : Manchester City Football Club
  • ฉายา : City or The Blues ( เรือใบสีฟ้า )
  • ก่อตั้ง : ค.ศ. 1894
  • สนาม : เดอะซิตี้ ออฟ แมนเชสเตอร์ สเตเดี้ยม ( ความจุ 47,726 คน )
  • ที่ตั้ง : เมืองแมนเชสเตอร์
  • เจ้าของสโมสร : ชีค มานซูร์ บิน ซาเยด อัล นาห์ยาน
  • ประธานสโมสร : คัลดูน อัล มูบารัค
  • ผู้จัดการทีม : โรแบร์โต้ มันชินี่
  • เว็บไซต์ : https://www.mancity.com/

แทงบอลแมนเชสเตอร์ ซิตี้ แทงบอลออนไลน์ กับเราที่ FIFA55

ความเป็นมา Manchester City

สโมสรฟุตบอลแมนเชสเตอร์ซิตี ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2423 (ค.ศ. 1880) ในชื่อทีม เซนต์มากส์ (เวสต์กอร์ตัน) โดยมี แอนนา คอนเนลล์ และ ผู้ดูแลโบสถ์ เซนต์มากส์ อีก 2 คน เป็นผู้ร่วมก่อตั้ง

แต่เดิม ทีมนี้ตั้งอยู่ที่ ตำบลกอร์ตัน ทางตะวันออก ของเมืองแมนเชสเตอร์ ก่อนจะย้ายไปอยู่ที่สนามใหม่ ในย่านไฮด์ โรด ของเมืองอาร์ดวิก ใกล้กับแมนเชสเตอร์ และได้เปลี่ยนชื่อทีมไปเป็น “อาร์ดวิกเอเอฟซี” ตามสถานที่ตั้ง จากนั้น อาร์ดวิก ได้เข้าร่วมแข่งขันฟุตบอลลีกอังกฤษ ในฐานะสมาชิกก่อตั้ง ในระดับดิวิชัน 2 เมื่อปี พ.ศ. 2435 (ค.ศ. 1892)

ค.ศ. 1893 – 1894

กระทั่งถึง ฤดูกาล 2436 – 2437 (ค.ศ. 1893 – 1894) ทีมมีปัญหาด้านการเงินอย่างหนัก จนต้องมีการรื้อระบบการบริหารทีมครั้งใหญ่ และเปลี่ยนชื่อเป็น “แมนเชสเตอร์ซิตีฟุตบอลคลับ” จนถึงปัจจุบัน

ค.ศ. 1899 – 1904

ทีมได้เริ่มต้นความยิ่งใหญ่ ด้วยการเป็นแชมป์ ฟุตบอลลีกดิวิชัน 2 ของอังกฤษ เป็นแชมป์แรก เมื่อปี พ.ศ. 2442 (ค.ศ. 1899) ทำให้พวกเขาเลื่อนชั้นขึ้นไปอยู่ในดิวิชัน 1 ลีกสูงสุดของอังกฤษ (ในเวลานั้น) ก่อนจะมาได้แชมป์เอฟเอคัพ หลังเฉือนชนะ โบลตัน 1-0 ในรอบชิงชนะเลิศ เมื่อวันที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2447 (ค.ศ. 1904)

ค.ศ. 1920 – 1923

ขณะที่ผลงานกำลังไปได้ดี แต่กลับเกิดเพลิงไหม้ สนาม “ไฮด์โรด” ในปี พ.ศ. 2463 (ค.ศ. 1920) อัฒจันทร์หลักเสียหายอย่างมาก จนทำให้ต้องย้ายไปใช้ สนาม “เมนโรด” เป็นสนามเหย้าแห่งใหม่ ในปี พ.ศ. 2466 (ค.ศ. 1923)

ค.ศ. 2003 – 2002

กระทั่งในปี พ.ศ. 2546 (ค.ศ. 2003) ได้ย้ายสนามเหย้าอีกครั้ง ไปที่ “เอติฮัดสเตเดียม” ซึ่งเป็นสนามปัจจุบัน ที่มีความโอ่อ่าทันสมัย มีความจุถึง 48,000 ที่นั่ง โดยเช่าจากสภาเมืองแมนเชสเตอร์เป็นเวลาถึง 250 ปี และใช้เงินอีกราว 35 ล้านปอนด์ ในการปรับปรุงสนาม หลังจากใช้เป็นสถานที่จัดการแข่งขันกีฬาเครือจักรภพ ในปี พ.ศ. 2545 (ค.ศ. 2002)

เอติฮัดสเตเดียม
เอติฮัดสเตเดียม Etihad Stadium

การย้ายมาใช้สนามเหย้าแห่งใหม่ ทำให้สามารถรองรับแฟนบอลได้มากขึ้น เนื่องจากเป็นทีมที่มีแฟนบอลมากเป็นพิเศษ และติดตามเชียร์อย่างเหนียวแน่นมาตลอด แม้ทีมจะตกลงไปสู่ดิวิชันต่ำๆ ในหลายครั้งก็ตาม ปัจจุบัน ทีมมียอดผู้ชมในนัดเหย้า เฉลี่ยกว่า 39,000 คน ต่อนัด และคาดว่าจะมีชาวอังกฤษไม่ต่ำกว่า 400,000 คน และคนทั่วโลก อีกกว่า 2 ล้านคน ที่เป็นแฟนบอลของทีม

นับตั้งแต่ก่อตั้งทีม กว่า 1 ศตวรรษ มีเกียรติยศที่บันทึกไว้ คือ เป็นแชมป์ลีกสูงสุด 2 สมัย ในปี พ.ศ. 2480 (ค.ศ. 1937) และ พ.ศ. 2511 (ค.ศ. 1968) แชมป์เอฟเอคัพ 4 สมัย แชมป์ฟุตบอลลีกคัพ 2 สมัย และ เป็นแชมป์ ยูฟ่า คัพ วินเนอร์ส คัพ อีก 1 สมัย

ในยุคที่นับว่ารุ่งเรืองที่สุด คือ ช่วงปลายปี พ.ศ. 2500 เรื่อยมา เนื่องจากทีมชุดนี้ สามารถขึ้นไปถึงตำแหน่งแชมป์ได้หลายรายการ โดยมี โจ เมอร์เซอร์ เป็นผู้จัดการทีม และ มัลคอล์ม อัลลิสสัน เป็นผู้ช่วยผู้จัดการทีม รวมถึง มียอดนักเตะชื่อดังมากมาย อาทิ โคลิน เบลล์

ค.ศ. 1976

หลังจากเป็นแชมป์ลีกคัพ ในปี พ.ศ. 2519 (ค.ศ. 1976) พวกเขาก็ไม่ได้ขึ้นถึงตำแหน่งแชมป์ ในรายการสำคัญอีกเลย และยังมีผลงานไม่ค่อยดีนักมาตลอด โดยเฉพาะ ในช่วงปี พ.ศ. 2530 พวกเขาต้องตกชั้น 2 ครั้ง ในรอบ 3 ปี จนลงไปอยู่ใน ดิวิชัน 3 เดิม อยู่ถึง 1 ปี

ค.ศ. 2006 – 2007

อย่างไรก็ตาม ทีมก็สามารถกลับขึ้นมาสู่ลีกสูงสุด และยังคงรักษาตัวไว้ได้อย่างมั่นคง แม้ผลงานของทีม มักอยู่ในช่วงกลางตาราง ค่อนไปทางท้ายก็ตาม โดยจบ ฤดูกาล 2006-2007 ในอันดับที่ 14 ของพรีเมียร์ลีก

ค.ศ. 2011-2012

ในฤดูกาล 2011-2012 แมนเชสเตอร์ซิตี มีผลงานดีมาโดยตลอดตั้งแต่เปิดฤดูกาลมา โดยขึ้นเป็นที่ 1 ของตารางคะแนน และยึดอันดับนี้มาตลอด และมีบางช่วงที่แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด คู่ปรับร่วมเมืองขึ้นแซงไปเป็นที่ 1 บ้าง จนกระทั่งมาจนถึงวันที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2555 (ค.ศ. 2012) ซึ่งเป็นนัดสุดท้ายของการแข่งขัน ทั้งคู่มีคะแนนเท่ากัน คือ 86 คะแนน แต่ผลต่างของประตูได้เสียของแมนเชสเตอร์ซิตีดีกว่าถึง 8 ลูก โดยแมนเชสเตอร์ซิตีจะต้องพบกับ ควีนปาร์คแรนเจอส์ ที่เอติฮัดสเตเดียม สนามของตนเอง ขณะที่แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด เป็นฝ่ายออกไปเยือน ซันเดอร์แลนด์ ซึ่งทั้งคู่ต้องการชัยชนะทั้งคู่ หากแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด ชนะ แล้วแมนเชสเตอร์ซิตีทำได้แค่เสมอหรือแม้กระทั่งแพ้ แชมป์จะตกอยู่ที่แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดทันที ปรากฏว่าแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด เอาชนะซันเดอร์แลนด์ไปได้ 0-1 ประตู แล้วในเกมที่แมนเชสเตอร์ซิตีพบกับควีนปาร์คแรนเจอส์นั้น แมนเชสเตร์ซิตีไม่อาจทำอะไรได้อย่างถนัดถนี่เกือบตลอดการแข่งขัน เพราะนักฟุตบอลแต่ละคนถูกประกบตลอด และกลายเป็นควีนปาร์คแรนเจอร์สขึ้นนำไป 1-2 ประตู ในนาทีที่ 60 จนกระทั่งถึงช่วงทดเวลาบาดเจ็บ แมนเชสเตอร์ซิตี พลิกกลับขึ้นมานำในนาทีที่ 91 และ 94 อย่างปาฏิหาริย์ ชนะไป 3-2 และได้แชมป์พรีเมียร์ลีกไปครอง หลังจากรอคอยมานานกว่า 44 ปี

แต่ในฤดูกาลถัดมา แมนเชสเตอร์ซิตีกลับไม่ประสบความสำเร็จ โดยไม่ได้แชมป์อะไรเลย อีกทั้งเมื่อเข้าชิงเอฟเอคัพกับ วีแกนแอธเลติก ซึ่งเป็นทีมขนาดเล็กกว่าที่เพิ่งเคยเข้าชิงแชมป์ถ้วยใบนี้เป็นครั้งแรก ก็กลับเป็นฝ่ายแพ้ไป 0-1 ทำให้หลังจากนั้นไม่นาน ผู้บริหารทีมตัดสินใจปลด โรแบร์โต มันชีนี ผู้จัดการชาวอิตาเลียนออกจากตำแหน่ง

ปี 2021

แมนเชสเตอร์ซิตี ได้ทำคะแนนนำเป็นจ่าฝูงของตารางพรีเมียร์ลีก 2020-2021 ล่าสุด เมื่อทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แพ้ให้กับทีม เลสเตอร์ ซิตี้ ทำให้ไม่สามารถทำคะแนนเพิ่มเพื่อเอาชนะคะแนนของ แมนเชสเตอร์ซิตี้ ได้ เพราะเหลือการแข่งขันอีกเพียงนัดเดียวเท่านั้น จึงทำให้แชมป์พรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ตกเป็นของ แมนซิตี้ ไปโดยปริยาย เหลือเพียงแค่ทำการแข่งขันให้ครบก็เตรียมตัวฉลองชัยกับถ้วยแชมป์ไปได้เลย นับเป็นแชมป์พรีเมียร์ลีก สมัยที่ 5 ของทีม นอกจากนี้ยังถือเป็นแชมป์พรีเมียร์ลีกสมัยที่ 3 ของ เป๊ป กวาดิโอล่า กุนซือชาวสเปน อีกด้วย

คะแนนแมนเชสเตอร์ ซิตี้

อ่านบทความบอลเพิ่มเติม

เกียรติประวัติสโมสร แมนเชสเตอร์ ซิตี้

ระดับประเทศ

ดิวิชันหนึ่ง/พรีเมียร์ลีก

  • ชนะเลิศ (7): 1936–37, 1967–68, 2011–12, 2013–14, 2017–18, 2018–19, 2020-2021

ดิวิชันสอง/อีเอฟแอลแชมเปียนชิป

  • ชนะเลิศ (7): 1898–99, 1902–03, 1909–10, 1927–28, 1946–47, 1965–66, 2001–02

ลีกวัน

  • ชนะเลิศ (1): เพลย์ออฟ 1998–99

เอฟเอคัพ

  • ชนะเลิศ (6): 1903–04, 1933–34, 1955–56, 1968–69, 2010–11, 2018–19

อีเอฟแอลคัพ

  • ชนะเลิศ (8): 1969–70, 1975–76, 2013–14, 2015–16, 2017–18, 2018–19, 2019–20, 2020-2021

แชริตีชีลด์/เอฟเอคอมมิวนิตีชีลด์

  • ชนะเลิศ (6): 1937, 1968, 1972, 2012, 2018, 2019

ยุโรป ระดับทวีปยุโรป

ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก

  • รอบรองชนะเลิศ (1): 2015–16

ยูฟ่าคัพวินเนอร์สคัพ

  • ชนะเลิศ (1): 1969–70

นักเตะคนดังของทีม แมนซิตี้

ประวัติทีมแมนเชสเตอร์ ซิตี้

ดูรายชื่อนักเตะทีม แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เพิ่มเติม คลิก

บทส่งท้าย

จะเห็นได้ว่า ทีมแมนซิตี้ นั้นไม่ธรรมดาเลยจริงๆ เป็นทีมที่แข็งแกร่งและมีฟอร์มการเล่นที่ดีในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา ถึงแม้ทีมเรือใบสีฟ้านี้ จะไม่ได้มีนักเตะคนดังราคาแพงๆ มาร่วมทีมมากนัก แต่นักเตะที่มีอยู่ในทีมก็จัดได้ว่ามีฝีเท้าที่ยอดเยี่ยม สามารถคุมเกมรุกและเกมรับได้เป็นอย่างดีทีเดียว รวมไปถึงการวางแผนการเล่นที่ดี ที่ต้องยกเครดิตให้กับผู้คุมทีมอย่าง โรแบร์โต้ มันชินี่ ด้วย ต้องบอกว่าปีนี้ สีฟ้า มาแรงจริงๆ ถึงแม้ว่าฤดูกาลนี้จะมีสถานการณ์ COVID-19 เข้ามาเป็นอุปสรรคในการแข่งขัน แต่ก็ไม่ได้ลดความร้อนแรงของทีมเรือใบสีฟ้านี้ลงได้เลย

แทงบอลแมนเชสเตอร์ ซิตี้ แทงบอลออนไลน์ กับเราที่ FIFA55

เล่นเกมพนันกีฬาออนไลน์ หวย สล็อต และอื่นๆ คลิกเลย